ฉันเป็นเพียงผู้รับรู้ความเป็นไป...
 
ทั้งเรื่องราว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดำเนินอยู่ และสิ้นสุดลง...
เรียกได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลของสิ่งเหล่านั้น
ฉันไม่ได้มีความข้องเกี่ยวใด ๆ เลย
ไม่ว่าจะเป็นกิริยา (Action) หรือปฏิกิริยา (Reaction)
ทั้งสองสิ่ง ไม่มีอะไรที่มากระทบถึงตัวฉัน
และก็เหมือนอย่างที่บอกไปก่อนหน้า...
ฉันเป็นเพียงผู้รับรู้ความเป็นไป...
ที่บังเอิญไปรับรู้ถึงเรื่องราว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดำเนินอยู่ และสิ้นสุดลง...เท่านั้นเอง...
 
กระันั้น...ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด...
ผู้รับรู้ความเป็นไปอย่างตัวฉัน...
กลับรู้สึกทุกข์ร้อนกับสิ่งเหล่านั้น
จนทำให้กิเลสที่ปกติก็มีมากพอควรอยู่แล้ว
ยิ่งฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งใจ...
ความขุ่นมัวในใจนั้น...กลายเป็นความไม่พอใจ...
ชิงชัง...และเบื่อหน่ายในที่สุด...
 
แต่...เพราะฉันเป็นเพียงผู้รับรู้ความเป็นไป...
จึงทำให้คนอื่น ๆ ทั้งคนที่ก่อกิริยา (action)
และคนที่เกิดปฏิกิริยา (reaction)
ต่างไม่รับรู้ถึงความรู้สึกตามลำดับขั้นในใจของฉัน
เมื่อเป็นเช่นนั้น...ความรู้สึกต่าง ๆ ในใจของฉัน
จึงวนเวียนเผาไหม้ข้างในตัวฉันใหัร้อนรนเพียงคนเดียว...
เกิดเป็นความทุกข์ที่ฉันต้องแบกรับเอาไว้...
 
จน ณ จุดหนึ่ง...
ฉันจึงมองเห็น...ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น...
และตัดสินใจได้ว่าเลือกว่าจะทำอย่างไรต่อไป...
 
ความเป็นจริงอย่างที่หนึ่ง...
"ควอนตัมฟิสิกส์บอกว่า ไม่มีอะไรคงอยู่ หากเราไม่ไปสังเกตมัน"

เพราะฉันวางตัวเองเป็นผู้รับรู้ ฉันจึงเห็นการคงอยู่ของทุกสิ่งเป็นแน่
และสุดท้ายฉันก็เอาตัวเองเข้าไปตัดสินในทุก ๆ เรื่อง...
 
โอเค...โดยหลักการนี้ ฉันพอเข้าใจแล้วว่าฉันควรทำอย่างไร...
 
ความเป็นจริงอย่างที่สอง...
"คิริมานนทสูตรว่าไว้ จะเข้าใจว่าเราจะถือเอาแต่สุข ทุกข์ไม่ต้องการดังนี้ไม่ได้เลย
เพราะสุขทุกข์เป็นของเนื่องอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่วางสุขเสียก็เป็นอันไม่พ้นทุกข์"
 
ตอนนี้ฉันต้องการจะวางทุกข์ แต่คำสอนบอกให้ฉันต้องวางสุขก่อนจึงจะพ้นทุกข์
แล้วฉันจะไปเอาสุขที่ไหนมาวางล่ะ ??? ในเมื่อตอนนี้มันมีแต่ ทุกข์ ทุกข์ ทุกข์...
 
โอเค...โดยคำสอนนี้ ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่จะค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปเรื่อย ๆ
 
ถึงตรงนี้... แม้จะยังมีอีกหลายสิ่งที่ฉันยังไม่เข้าใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันแน่ใจว่าฉันเข้าใจพอก็คือ...
ในเมื่อฉันเป็นเพียงผู้รับรู้...แล้วการรับรู้นั้นไม่ก่อผลดีกับฉัน
ฉันก็จะวางมันเอาไว้...ไม่เอามาแบกไว้ในหัวให้ต้องรับรู้อีก
เท่านี้...อะไรต่าง ๆ อาจจะค่อย ๆ ดีขึ้น...
ดีขึ้น...จนฉันเกิดความสุขขึ้นได้...
แล้วเมื่อนั้น...
ค่อยมาว่ากันเรื่องละสุขเพื่อให้พ้นทุกข์กันอีกที...
ก็แล้วกัน...
... ... ...
... ...
...

Comment

Comment:

Tweet

ความเบาไม่ต้องมองหา
เพียงแค่ว่าเราวางความหนัก
ความเบาก็เกิดขึ้นกับเราในทันที big smile

#5 By ~NuDeE~ on 2015-03-17 12:22

เอาเป็นว่าขอให้รู้สึกสบายใจขึ้นไวๆนะคะ ไม่เกี่ยวกับสุขและทุกข์ละกัน confused smile

#4 By ||┃Junshoku|┃||┃ on 2011-06-24 13:28

#3 By mamphis on 2011-06-17 17:26

ต้องมีสติ ทำใจให้เป็นกลางกับสิ่งที่ตนรับรู้
รับรู้ไว้เฉย ๆ ไม่ต้องมีอารมณ์ร่วมกับมัน

จะทำเช่นนี้ได้ ต้องฝึกสฏิปัฏฐาน 4 ก่อนนะ

ความสุขกับความทุกข์ที่เกิดจากสิ่งที่รับรู้ผ่าน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันก็เกิดจากการเปรียบเทียบทั้งสิ้น

เมื่อได้รับสิ่งที่ตรงกับกิเลศของตนก็รู้สึกรู้สึกสุข

เมื่อได้รับสิ่งที่ตรงข้ามกับกิเลศของตนก็รู้สึกทุกข์

ดังนั้น หากต้องการจะพ้นทุกข์อย่างแท้จริง ก็ต้องบรรลุนิพพาน เป็นอิสระจากความชอบความชังทั้งปวง

#2 By ศรี on 2011-06-17 00:25

ความเป็นจริงอย่างที่หนึ่ง...
"ควอนตัมฟิสิกส์บอกว่า ไม่มีอะไรคงอยู่ หากเราไม่ไปสังเกตมัน"

ออกแนว i think therefor i am
ฉันคิดฉันจึงมีอยู่ หรือเปล่าครับ?embarrassed

#1 By 2521luck on 2011-06-17 00:19