นับจากวันนั้น...
วันที่ฉันเขียนไดอารี่เรื่องนี้...
 
 
ตั้งแต่ 27/10/2008 จนถึงวันนี้...
เรื่องราวระหว่างตัวฉันกับภาพถ่ายยังคงดำเนินเรื่อยมา
จากเ้จ้า Casio Exilim EX-S770 ที่เคยพูดถึงในครั้งนั้น
 
 
(ที่มาภาพ : http://www.dpreview.com/news/0608/casioexs770-01.jpg)
 
"บางสิ่ง"...
ผลักดันให้ความพอใจในภาพถ่ายของฉัน...ซับซ้อนมากขึ้น...
จนในที่สุดเจ้า S770 คู่กายของฉันไม่สามารถตอบสนองสิ่งนั้นได้
กอปรกับเจ้า S770 เริ่มเกเร รูรับแสงค้าง ไม่สามารถปรับเพิ่ม-ลดได้
จนทำำให้ภาพที่ถ่ายออกมาในเวลากลางวันเป็นสีขาวโพลนไปหมด
ฉันจึงไปทำความรู้จักกับกล้องตัวใหม่...
 
Canon Powershot SX10 IS คือผลที่ได้จาก "บางสิ่ง" ที่ว่านั้น...

(ที่มาภาพ : http://static.trustedreviews.com/6b0aaf%7C8fd4_9899-canonsx103quart.jpg)
 
ความพอใจในภาพถ่ายที่ซับซ้อนมากขึ้นของฉัน
ดูจะได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากเจ้า SX10 IS ตัวนี้
ฉันกลับมารู้จักความพอเพียงกับการถ่ายภาพอีกครั้งหนึ่ง...
แม้ว่าครั้งนี้...
จะมีความซับซ้อนให้ต้องพิถีพิถันมากกว่าเมื่อครั้งก่อน...ก็ตาม
 
จนกระทั่ง...วันหนึ่ง...
"บางสิ่ง"...
ผลักดันให้ความพอใจในภาพถ่ายของฉัน...ซับซ้อนมากขึ้นไปอีก...
ซับซ้อนมากมายเสียจนเจ้า SX10 IS ตัวโปรด
ไม่สามารถตอบสนองให้ได้ทั้งหมด...
ณ จุดหนึ่ง...
ฉันจึงเริ่มมองหากล้องตัวใหม่...อีกครั้ง...
 

 
(ที่มาภาพ : http://img1.digitalversus.com/produits/1/7684/1_7684_2.jpg)

Canon EOS 550D เป็นตัวเลือกที่ลงตัวกับผลของ "บางสิ่ง" นั้น...
แต่ก็อย่างที่ทุก ๆ คนรู้...
DSLR ไม่ได้จบที่ตัวกล้อง + Kit Lens เพียงเท่านั้น
แต่ยังต้องมีอื่น ๆ อีกมากมายตาม...
ซึ่งสำหรับตัวฉัีนสิ่งที่ตามมาประกอบด้วย...
 
- Lens EF-S 18-55mm IS (Kit Lens)
- Lens EF-S 55-250mm IS
- C-PL Filter 58mm
- UV Filter 58mm
- กล่องกันความชื้น
- Hygrometer
 
และยังมีสิ่งที่อยากได้อีกมากมายยาวเป็นหางว่าว
เพราะเลนส์ที่มีอยู่เป็นเพียงเลนส์ธรรมดา
หากเป็นเลนส์ตระกูล L คงจะดีกว่านี้
Filter ที่ใช้อยู่ก็เป็นเกรดธรรมดา
หากเป็นเกรด Multi Coat ก็คงดีไม่ใช่น้อย
ไหนจะแฟลช, ขาตั้งกล้อง, สายลั่นชัตเตอร์
แบตเตอรี่กริป, Softbox, เลนส์มาโคร
เลนส์เทเลโฟโต้ช่วงสัก 400mm
หรือ เอ๊ะ!!! อันที่จริง 550D นี่มันเป็นกล้องระดับ Entry
ถ้าได้กล้องระดับ Professional ก็คงดีไม่น้อย
บลา บลา บลา...
 
เหมือนความสุขในการถ่ายภาพของฉัน...
หล่นหายไป...
 
เรื่องราวคงไม่จบลงง่าย ๆ...
หากวันหนึ่ง...ฉันไม่บังเอิญย้อนกลับไปเปิด entry เก่า ๆ
แล้วบังเอิญได้อ่านเรื่อง ความพอเพียงกับการถ่ายภาพ
ที่ตัวฉันเองเคยเขียนเอาไว้
ทันทีที่อ่านจบ...
คำถามหนึ่งก็เกิดขึ้นในใจ...
นี่ฉันหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า ???
 
สติมี...ปัญญาเกิด...

ฉันพบว่า "บางสิ่ง" ที่ฉันสารพัดจะอ้างถึงนั้น
อันที่จริงมันก็คือ "ความไม่รู้จักพอ" ของตัวฉันนั่นเอง
 
ณ ตรงนี้...
ความพอเพียงกับการถ่ายภาพ ก็เกิดขึ้นกับฉันอีกครั้งหนึ่ง
แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่เพียง หยิบกล้องขึ้นมา กดปุ่ม Power
รอกล้องพร้อมทำงาน หามุมถูกใจ แล้วกดชัตเตอร์...
 
แต่เป็นหยิบกล้องขึ้นมา กดปุ่ม Power
รอกล้องพร้อมทำงาน หามุมถูกใจ
ปรับขนาดรูรับแสง ปรับค่า ISO
วัดแสง แล้วปรับ Shutter Speed
แล้วจึงกตชัตเตอร์...ก็ตาม
 
แต่บัญชีหางว่าวคงถูกวางทิ้งเอาไว้...
 

ฉันคงหยุด...ไม่วิ่งตามความอยากได้อยากมีทั้งหลายเหล่านั้น
พร้อม ๆ รอยยิ้มให้กับภาพถ่ายฝีมือของฉันที่อาจดีบ้างไม่ดีบ้าง
แต่จะเป็นอะไรไปในเมื่อฉันได้ความสุขในการถ่ายภาพกลับคืนมา...
 
ป.ล.น่าเสียดายที่เ้จ้า S770 ใช้การไม่ได้แล้ว
ไม่อย่างนั้น... ฉันอาจได้พามันไปหามุมถ่ายภาพที่ชอบด้วยกันอีกครั้ง... (^^.)

 
 
ดอกบัวสีสวย ถ่ายขณะเดินเล่นอยู่ในพุทธมณฑล
ด้วยกล้อง Canon EOS 550D กับ Lens EF-S 55-250 IS

***************************************************
ฉันเป็นเพียงผู้รับรู้ความเป็นไป...
 
ทั้งเรื่องราว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดำเนินอยู่ และสิ้นสุดลง...
เรียกได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลของสิ่งเหล่านั้น
ฉันไม่ได้มีความข้องเกี่ยวใด ๆ เลย
ไม่ว่าจะเป็นกิริยา (Action) หรือปฏิกิริยา (Reaction)
ทั้งสองสิ่ง ไม่มีอะไรที่มากระทบถึงตัวฉัน
และก็เหมือนอย่างที่บอกไปก่อนหน้า...
ฉันเป็นเพียงผู้รับรู้ความเป็นไป...
ที่บังเอิญไปรับรู้ถึงเรื่องราว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดำเนินอยู่ และสิ้นสุดลง...เท่านั้นเอง...
 
กระันั้น...ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด...
ผู้รับรู้ความเป็นไปอย่างตัวฉัน...
กลับรู้สึกทุกข์ร้อนกับสิ่งเหล่านั้น
จนทำให้กิเลสที่ปกติก็มีมากพอควรอยู่แล้ว
ยิ่งฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งใจ...
ความขุ่นมัวในใจนั้น...กลายเป็นความไม่พอใจ...
ชิงชัง...และเบื่อหน่ายในที่สุด...
 
แต่...เพราะฉันเป็นเพียงผู้รับรู้ความเป็นไป...
จึงทำให้คนอื่น ๆ ทั้งคนที่ก่อกิริยา (action)
และคนที่เกิดปฏิกิริยา (reaction)
ต่างไม่รับรู้ถึงความรู้สึกตามลำดับขั้นในใจของฉัน
เมื่อเป็นเช่นนั้น...ความรู้สึกต่าง ๆ ในใจของฉัน
จึงวนเวียนเผาไหม้ข้างในตัวฉันใหัร้อนรนเพียงคนเดียว...
เกิดเป็นความทุกข์ที่ฉันต้องแบกรับเอาไว้...
 
จน ณ จุดหนึ่ง...
ฉันจึงมองเห็น...ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น...
และตัดสินใจได้ว่าเลือกว่าจะทำอย่างไรต่อไป...
 
ความเป็นจริงอย่างที่หนึ่ง...
"ควอนตัมฟิสิกส์บอกว่า ไม่มีอะไรคงอยู่ หากเราไม่ไปสังเกตมัน"

เพราะฉันวางตัวเองเป็นผู้รับรู้ ฉันจึงเห็นการคงอยู่ของทุกสิ่งเป็นแน่
และสุดท้ายฉันก็เอาตัวเองเข้าไปตัดสินในทุก ๆ เรื่อง...
 
โอเค...โดยหลักการนี้ ฉันพอเข้าใจแล้วว่าฉันควรทำอย่างไร...
 
ความเป็นจริงอย่างที่สอง...
"คิริมานนทสูตรว่าไว้ จะเข้าใจว่าเราจะถือเอาแต่สุข ทุกข์ไม่ต้องการดังนี้ไม่ได้เลย
เพราะสุขทุกข์เป็นของเนื่องอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่วางสุขเสียก็เป็นอันไม่พ้นทุกข์"
 
ตอนนี้ฉันต้องการจะวางทุกข์ แต่คำสอนบอกให้ฉันต้องวางสุขก่อนจึงจะพ้นทุกข์
แล้วฉันจะไปเอาสุขที่ไหนมาวางล่ะ ??? ในเมื่อตอนนี้มันมีแต่ ทุกข์ ทุกข์ ทุกข์...
 
โอเค...โดยคำสอนนี้ ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่จะค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปเรื่อย ๆ
 
ถึงตรงนี้... แม้จะยังมีอีกหลายสิ่งที่ฉันยังไม่เข้าใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันแน่ใจว่าฉันเข้าใจพอก็คือ...
ในเมื่อฉันเป็นเพียงผู้รับรู้...แล้วการรับรู้นั้นไม่ก่อผลดีกับฉัน
ฉันก็จะวางมันเอาไว้...ไม่เอามาแบกไว้ในหัวให้ต้องรับรู้อีก
เท่านี้...อะไรต่าง ๆ อาจจะค่อย ๆ ดีขึ้น...
ดีขึ้น...จนฉันเกิดความสุขขึ้นได้...
แล้วเมื่อนั้น...
ค่อยมาว่ากันเรื่องละสุขเพื่อให้พ้นทุกข์กันอีกที...
ก็แล้วกัน...
... ... ...
... ...
...

Emotion73 - Rainy Tears...(Republish)

posted on 09 Jun 2011 21:50 by keroroslowdown in Emotion
เมฆบนท้องฟ้าแลขมุกขมัว...ลอยต่ำ...
อีกไม่นานฝนคงจะเทลงมาเป็นแน่...
อากาศ ณ เวลานี้...ชวนอึดอัด...เสียกระไร

เขาเงยหน้ามองเมฆก้อนใหญ่สีดำทมึุนนั้น...
ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า...
ด้วยว่า...แม้ตัวเขาจะยืนอยู่ตรงนี้...
แต่ความคิด...กลับล่องลอยไกลออกไป...
ไกลออกไป....ณ จุดหนึ่งของความทรงจำ...

บรรยากาศในวันนั้น...หาได้แตกต่างกับวันนี้ไม่...
ทว่า...ความรู้สึกที่มีให้กับมัน...
ช่างแตกต่าง...ห่างไกล...เหลือคณา...
รอยยิ้มที่เคยมี...จางหายไปแต่เมื่อใด...
รู้ตัวอีกที...ความว่างเปล่าก็เข้ามาแทนที่ตรงนั้นเสียแล้ว
และอยู่กับเขายืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน...

เมฆบนท้องฟ้าแลขมุกขมัว...ลอยต่ำ...
ที่สุด...สายฝนบาง ๆ ...ก็ปรอยปรายลงมา...
สำหรับเขา...ข้อดีของสายฝนก็อยู่ตรงนี้...
ตรงที่เมื่อฝนพร่ำลงมา...
หยาดฝนนั้น...จะช่วยอำพรางหยดน้ำตาได้เป็นอย่างดี...

หากสายฝนคือหยาดน้ำตาจากท้องฟ้า...
ขอให้รู้เถิดว่า...ตรงนี้มีหยาดน้ำตาจากคน ๆ หนึ่ง...
ไหลรินพร้อมไปกับหยาดฝน...เช่นกัน...
... ... ...
... ...
...
 

Diary66 - Personality...

posted on 07 Jun 2011 22:58 by keroroslowdown in Diary
A นิ่งเงียบจนน่าอึดอัด
ไม่ว่าจะกับใคร ที่ไหน อย่างไร
B เฉย ๆ กันคนไม่รู้จัก
แต่คุยเล่นได้ถ้าสนิทกันพอ
C หัวเราะได้กับทุกโอกาส
ไม่ปิดกั้นที่จะพูดคุยกับทุก ๆ คน
 
A ถือเหตุผลเหนือทุกสิ่ง
ถูกคือถูก ผิดคือผิด มีแค่ขาวกับดำ
B เหตุผลสำคัญกว่าอารมณ์
แลดูจริงจัง แต่ก็พอจะอะลุมอล่วยได้ในบางครั้ง
C เหตุผลก็พอมี แต่อารมณ์สำคัญกว่า
ไม่ต้องถามเหตุผลมาก แค่ความพอใจก็เพียงพอ
 
A เย็นชา จนดูไร้น้ำใจ
การให้อภัยในสิ่งผิดดูเป็นเรื่องยากเย็นที่จะทำ
B พร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง
แต่จะตัดสินอย่างไร ขึ้นกับเหตุผลและอารมณ์อีกที
C ช่างมันเถอะ และไม่เป็นไร
คือคำพูดติดปากเลยก็ว่าได้
 
A พอใจที่จะอยู่กับบรรยากาศเดิม ๆ
การเดินทางเปิดหูเปิดตาคือเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง
B เบื่อหน่ายความจำเจ แต่ไม่พร้อมจะเผชิญความลำบาก
การได้ท่องเที่ยวในสถานที่ที่พอจะคุ้นเคยบ้างคือทางเลือกที่ดี
C จะขึ้นเหนือล่องใต้ ไปไหนไปกัน
สถานที่แปลกใหม่คือสิ่งที่โหยหา
 
A อยู่กับสิ่งที่เป็นสาระ
จนบางครั้งแลดูเคร่งเครียดตลอดเวลา
B สนใจสิ่งที่เป็นสาระ
แต่ก็พร้อมจะใส่ใจกับสิ่งที่ไร้สาระเป็นครั้งคราว
C สาระก็พอมีแต่ไม่ต้องเยอะมาก
ไร้สาระบางทีเป็นอาจเป็นสาระอย่างหนึ่งก็ได้
 
A แลดูเป็นผู้ใหญ่
ถ้าจะเอาความน่าเชื่อถือ รับรองว่าไม่ผิดหวัง
B ไม่ต้องวางท่าอะไรมากมาย
จริงบ้าง เล่นบ้าง แล้วแต่เหตุการณ์
C ทำวางท่าเป็นผู้ใหญ่
แต่สุดท้ายจะกลายเป็นเล่นทุกที เผื่อเมื่อไหร่เป็นโดน
 
บุคลิกที่แปลกแยกของ A B และ C เหล่านี้...
กลับเป็นสิ่งที่มีอยู่ครบในตัวของฉัน...
บางครั้งฉันก็เป็น "คุณ A"
บางทีก็กลับเป็น "คุณ B"
และบางคราวก็พร้อมจะเป็น "คุณ C"
... ... ...
... ...
...
 
ว่าแต่...
ตอนนี้...
ฉันเป็นใคร...???
A B หรือ C...
... ... ...
... ...
...
 
^^


Emotion72 - กับความเปลี่ยนแปลง

posted on 06 Jun 2011 21:23 by keroroslowdown in Emotion
ความเปลี่ยนแปลง...
คือหนึ่งคำที่ใครต่อใครพูดให้ฉันได้ยินได้ฟังมาบ่อย ๆ
ความเปลี่ยนแปลง...
คือหนึ่งคำที่ใครต่อใครต่างบอกว่ามันคือความแน่นอนของทุก ๆ สิ่ง
ความเปลี่ยนแปลง...
คือหนึ่งคำที่ใครต่อใครสอนให้ฉันยอมรับในสิ่งนี้
 
แต่ไม่รู้เพราะอะไร...
ทุกครั้งที่ใครต่อใครพูด บอก หรือสอนฉันเกี่ยวกับคำ ๆ นี้
เพื่อให้ฉันได้ยินและยอมรับว่ามันคือความแน่นอนของทุกสิ่ง
จะต้องเป็นช่วงที่ฉันรู้สึกแย่ ๆ เสียทุกที...
 
ทำไมนะ...
ทำไมใครต่อใครจึงไม่เคยจะพูด บอก หรือสอนฉันเกี่ยวกับคำนี้
เพื่อให้ฉันได้ยินและยอมรับว่ามันคือความแน่นอนของทุกสิ่ง
ในตอนที่ฉันกำลังมีความสุขอยู่บ้างเลย...
 
ทำไมเราต้องยอมรับมัน...
ควบคู่ไปกับน้ำตาของเราเอง...ทุกที
... ... ...
... ...
...
 
 
ดอกไม้สีหวาน...
ที่ฉันสู้อุตส่าห์ประคบประหงม+ดูแล...
ตอนนี้...เหี่ยวเฉาร่วงโรย...
 
รูปถ่ายแสนสวย...
ที่ฉันสู้อุตส่าห์ทะนุถนอม+รักษา...
ตอนนี้...พร่ามัวเลือนลาง...
 
ของขวัญแสนล้ำค่าทางจิตใจ...
ที่ฉันสู้อุตส่าห์ระมัดระวัง+ห่วงใย...
ตอนนี้...ชำรุดทรุดโทรม...
 
แล้ว...ความรัก...
ที่ฉันสู้อุตส่าห์ทั้งประคบประหงม+ดูแล....
ทะนุถนอม+รักษา และระมัดระวัง+ห่วงใย...
ตอนนี้... ... ...... .
... ... ...
... ...
...